เนื้อเพลง เด็กบ้านนอก Phumin (ภูมิมินท์)
เนื้อเพลง เด็กบ้านนอก ศิลปิน Phumin (ภูมิมินท์) เป็นเพลงสตริง เนื้อร้อง/ทำนอง : Phumin เรียบเรียง : Phumin
เนื้อเพลง เด็กบ้านนอก
หวนคำนึงไปถึง ช่วงชีวิตที่เพิ่งผ่านมา
ก่อนที่เราจะเติบโตกัน
ก่อนเรานั้นค่อยๆ เลือนไป
คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน
คิดถึงหมอนที่เคยแนบเนาว์
คิดถึงเพื่อนเก่าของเรา
ไปจนคิดถึงปู่ย่าตายาย
ยิ่งโตก็ยิ่งห่างเหิน เมื่อยิ่งเดินยิ่งห่างไกล
หากคิดเพียงจะกลับคืนไป
เราก็มาไกลเกินหวนคืน
สายลมเดือนตุลาคม
เป็นดั่งคล้ายสัญญาณย้ำเตือน
เมื่อความหนาวพัดผ่านล่างเรือ
มันเปรียบเสมือนไร้ซึ่งไออุ่น
( ดนตรี )
คิดถึงกลิ่นโคลนสาบควาย
คิดถึงกองไฟยามหนาว
คิดถึงผู้คนที่เราเคย
อยู่กับเขาในช่วงเยาว์วัย
คิดถึงภาพอู่เคยเนาว์
ไปจนคิดถึงบ้านเราเคยนอน
คิดถึงทุกห่วงคำสอน
ที่ยังสะท้อนอยู่ในตัวเรา
* ที่ไม่ว่าฉันนั้นจะเดิน
ทางไปไกลแค่ไหนก็ตาม
แต่ความที่ถูกปลูกฝัง
มันจะยังย้ำว่าฉันคือใคร
ต่อให้เราเติบโตเท่าใด
ฉันก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง
( ดนตรี )
ไม่คิด ไม่ใฝ่ ไม่ฝัน
ฉันไม่เคยหวังที่มันไกลเกิน
แต่สิ่งไหนก็ยังไม่รู้
ที่ทำให้เราห่างเหินกันไป
ฉันแค่อยากจะขอ
ให้ภาพคืนวันไม่เลื่อนหายไป
และขอผู้คนมากมาย
ยังอยู่กับฉันทุกช่วงเวลา
* ที่ไม่ว่าฉันนั้นจะเดิน
ทางไปไกลแค่ไหนก็ตาม
แต่ความที่ถูกปลูกฝัง
มันจะยังย้ำว่าฉันคือใคร
ต่อให้เราเติบโตเท่าใด
ฉันก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง
* ที่ไม่ว่าฉันนั้นจะเดิน
ทางไปไกลแค่ไหนก็ตาม
แต่ความที่ถูกปลูกฝัง
มันจะยังย้ำว่าฉันคือใคร
ต่อให้เราเติบโตเท่าใด
ฉันก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง
* และไม่ว่าคุณนั้นจะเดิน
ทางไปไกลแค่ไหนก็ตาม
แต่ความที่ถูกปลูกฝัง
มันจะยังย้ำว่าคุณคือใคร
ที่ต่อให้คุณเติบโตเท่าใด
คุณก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง..
ที่หวนคำนึงไปถึง ช่วงชีวิตที่เพิ่งผ่านมา
ก่อนที่เราจะเติบโตกัน
ก่อนความฝันค่อยๆ เลือนไป
คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน
คิดถึงหมอนที่เคยแนบเนาว์
คิดถึงเพื่อนเก่าของเรา
ไปจนคิดถึงปู่ย่าตายาย
ยิ่งโตคุณยิ่งห่างเหิน
เมื่อคุณยิ่งเดินมันยิ่งห่างไกล
หากคิดเพียงจะกลับคืนไป
เราก็มาไกลเกินหวนคืน
สายลมเดือนตุลาคม
มันเป็นดังคล้ายสัญญาณย้ำเตือน
เมื่อความหนาวพัดผ่านล่างเลือน
มันเปรียบเสมือนไร้ซึ่งไออุ่น
( ดนตรี )
* ต่อให้เรานั้นจะเดิน
ทางไปไกลแค่ไหนก็ตาม
ความที่ถูกปลูกฝัง
มันจะคอยย้ำว่าฉันคือใคร
ต่อให้ฉันเติบโตเท่าใด
ฉันก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง
เหมือนที่เคยเป็นมา..
ก่อนที่เราจะเติบโตกัน
ก่อนเรานั้นค่อยๆ เลือนไป
คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน
คิดถึงหมอนที่เคยแนบเนาว์
คิดถึงเพื่อนเก่าของเรา
ไปจนคิดถึงปู่ย่าตายาย
ยิ่งโตก็ยิ่งห่างเหิน เมื่อยิ่งเดินยิ่งห่างไกล
หากคิดเพียงจะกลับคืนไป
เราก็มาไกลเกินหวนคืน
สายลมเดือนตุลาคม
เป็นดั่งคล้ายสัญญาณย้ำเตือน
เมื่อความหนาวพัดผ่านล่างเรือ
มันเปรียบเสมือนไร้ซึ่งไออุ่น
( ดนตรี )
คิดถึงกลิ่นโคลนสาบควาย
คิดถึงกองไฟยามหนาว
คิดถึงผู้คนที่เราเคย
อยู่กับเขาในช่วงเยาว์วัย
คิดถึงภาพอู่เคยเนาว์
ไปจนคิดถึงบ้านเราเคยนอน
คิดถึงทุกห่วงคำสอน
ที่ยังสะท้อนอยู่ในตัวเรา
* ที่ไม่ว่าฉันนั้นจะเดิน
ทางไปไกลแค่ไหนก็ตาม
แต่ความที่ถูกปลูกฝัง
มันจะยังย้ำว่าฉันคือใคร
ต่อให้เราเติบโตเท่าใด
ฉันก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง
( ดนตรี )
ไม่คิด ไม่ใฝ่ ไม่ฝัน
ฉันไม่เคยหวังที่มันไกลเกิน
แต่สิ่งไหนก็ยังไม่รู้
ที่ทำให้เราห่างเหินกันไป
ฉันแค่อยากจะขอ
ให้ภาพคืนวันไม่เลื่อนหายไป
และขอผู้คนมากมาย
ยังอยู่กับฉันทุกช่วงเวลา
* ที่ไม่ว่าฉันนั้นจะเดิน
ทางไปไกลแค่ไหนก็ตาม
แต่ความที่ถูกปลูกฝัง
มันจะยังย้ำว่าฉันคือใคร
ต่อให้เราเติบโตเท่าใด
ฉันก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง
* ที่ไม่ว่าฉันนั้นจะเดิน
ทางไปไกลแค่ไหนก็ตาม
แต่ความที่ถูกปลูกฝัง
มันจะยังย้ำว่าฉันคือใคร
ต่อให้เราเติบโตเท่าใด
ฉันก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง
* และไม่ว่าคุณนั้นจะเดิน
ทางไปไกลแค่ไหนก็ตาม
แต่ความที่ถูกปลูกฝัง
มันจะยังย้ำว่าคุณคือใคร
ที่ต่อให้คุณเติบโตเท่าใด
คุณก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง..
ที่หวนคำนึงไปถึง ช่วงชีวิตที่เพิ่งผ่านมา
ก่อนที่เราจะเติบโตกัน
ก่อนความฝันค่อยๆ เลือนไป
คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน
คิดถึงหมอนที่เคยแนบเนาว์
คิดถึงเพื่อนเก่าของเรา
ไปจนคิดถึงปู่ย่าตายาย
ยิ่งโตคุณยิ่งห่างเหิน
เมื่อคุณยิ่งเดินมันยิ่งห่างไกล
หากคิดเพียงจะกลับคืนไป
เราก็มาไกลเกินหวนคืน
สายลมเดือนตุลาคม
มันเป็นดังคล้ายสัญญาณย้ำเตือน
เมื่อความหนาวพัดผ่านล่างเลือน
มันเปรียบเสมือนไร้ซึ่งไออุ่น
( ดนตรี )
* ต่อให้เรานั้นจะเดิน
ทางไปไกลแค่ไหนก็ตาม
ความที่ถูกปลูกฝัง
มันจะคอยย้ำว่าฉันคือใคร
ต่อให้ฉันเติบโตเท่าใด
ฉันก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง
เหมือนที่เคยเป็นมา..