พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิด “ไขมันพอกตับ” ระวังให้ดี ก่อนตับจะพัง

ไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) เป็นภาวะที่มีไขมันสะสมอยู่ในเซลล์ตับมากเกินไป โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่มีประวัติดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักก็ยังสามารถเกิดได้ หรือที่เรียกว่า ไขมันพอกตับชนิดไม่เกิดจากแอลกอฮอล์ (NAFLD) ซึ่งกำลังกลายเป็นโรคเงียบที่คุกคามคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ

ไขมันพอกตับคืออะไร?

ไขมันพอกตับเกิดจากการที่ตับเก็บสะสมไขมันไว้มากกว่าปกติ จนกลายเป็นภาวะผิดปกติ ถ้าปล่อยไว้นานอาจพัฒนาไปสู่ ตับอักเสบ ตับแข็ง และ มะเร็งตับ ได้ในอนาคต

พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดไขมันพอกตับ

  1. กินอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง

    การรับประทานอาหารประเภทของทอด ของมัน ขนมหวาน หรืออาหารแปรรูปเป็นประจำ ทำให้ร่างกายสะสมพลังงานส่วนเกิน และแปลงเป็นไขมันสะสมในตับ

  2. ไม่ออกกำลังกาย

    การใช้ชีวิตแบบนั่ง ๆ นอน ๆ ทำให้อัตราการเผาผลาญพลังงานต่ำ ร่างกายจึงเก็บไขมันส่วนเกินไว้ในอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะตับ

  3. ดื่มแอลกอฮอล์

    แม้ไขมันพอกตับจะเกิดได้ในคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ผู้ที่ดื่มบ่อยหรือดื่มมากก็มีความเสี่ยงสูงกว่า เนื่องจากตับต้องทำงานหนักในการกำจัดแอลกอฮอล์ ส่งผลให้เกิดการสะสมไขมันและอักเสบ

  4. นอนดึกและพักผ่อนไม่เพียงพอ

    ช่วงเวลานอนหลับเป็นช่วงที่ร่างกายฟื้นฟูตัวเอง รวมถึงกระบวนการเผาผลาญไขมัน การนอนน้อยทำให้ร่างกายเสียสมดุลฮอร์โมนและสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น

  5. เครียดเรื้อรัง

    ความเครียดกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งทำให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น โดยเฉพาะไขมันในช่องท้องและตับ

  6. น้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน

    คนที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกินมาตรฐานจะมีความเสี่ยงสูงต่อไขมันพอกตับ เพราะร่างกายสะสมไขมันมากทั้งใต้ผิวหนังและในอวัยวะภายใน

  7. เป็นโรคเบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง

    ผู้ป่วยเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงมีแนวโน้มที่ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานได้น้อย ส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันในตับ

ตาราง: พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดไขมันพอกตับ

พฤติกรรม ผลกระทบต่อตับ คำแนะนำในการป้องกัน
กินของมัน ของทอดเป็นประจำ ไขมันสะสมในตับมากขึ้น ลดอาหารทอด เลือกใช้น้ำมันดี เช่น น้ำมันรำข้าว
ไม่ออกกำลังกาย ร่างกายเผาผลาญไขมันไม่หมด เดินเร็ว/ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-5 วัน
ดื่มแอลกอฮอล์ ตับอักเสบเรื้อรัง เสี่ยงตับแข็ง ลดปริมาณ หรือหลีกเลี่ยงการดื่ม
นอนดึก พักผ่อนน้อย ระบบเผาผลาญไขมันรวน ควรนอนก่อน 5 ทุ่ม วันละ 6-8 ชั่วโมง
ความเครียดสะสม ฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงขึ้น กระตุ้นไขมันสะสม ฝึกสมาธิ ฟังเพลง หรือออกกำลังกายผ่อนคลาย
โรคเบาหวาน/อ้วน/ไขมันสูง ไขมันสะสมในตับเร็วขึ้น ควบคุมระดับน้ำตาล ควบคุมน้ำหนัก

วิธีป้องกันไขมันพอกตับ

  • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
  • นอนหลับให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมงต่อคืน
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

โรคไขมันพอกตับอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามเป็นโรคร้ายแรงได้ พฤติกรรมเสี่ยงหลายอย่างที่ทำให้เกิดภาวะนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและใส่ใจสุขภาพของตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพราะตับคืออวัยวะสำคัญที่ทำงานหนักโดยไม่มีเสียงเตือน