ไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) เป็นภาวะที่มีไขมันสะสมอยู่ในเซลล์ตับมากเกินไป โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่มีประวัติดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักก็ยังสามารถเกิดได้ หรือที่เรียกว่า ไขมันพอกตับชนิดไม่เกิดจากแอลกอฮอล์ (NAFLD) ซึ่งกำลังกลายเป็นโรคเงียบที่คุกคามคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไขมันพอกตับคืออะไร?
ไขมันพอกตับเกิดจากการที่ตับเก็บสะสมไขมันไว้มากกว่าปกติ จนกลายเป็นภาวะผิดปกติ ถ้าปล่อยไว้นานอาจพัฒนาไปสู่ ตับอักเสบ ตับแข็ง และ มะเร็งตับ ได้ในอนาคต
พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดไขมันพอกตับ
- กินอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง
การรับประทานอาหารประเภทของทอด ของมัน ขนมหวาน หรืออาหารแปรรูปเป็นประจำ ทำให้ร่างกายสะสมพลังงานส่วนเกิน และแปลงเป็นไขมันสะสมในตับ
- ไม่ออกกำลังกาย
การใช้ชีวิตแบบนั่ง ๆ นอน ๆ ทำให้อัตราการเผาผลาญพลังงานต่ำ ร่างกายจึงเก็บไขมันส่วนเกินไว้ในอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะตับ
- ดื่มแอลกอฮอล์
แม้ไขมันพอกตับจะเกิดได้ในคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ผู้ที่ดื่มบ่อยหรือดื่มมากก็มีความเสี่ยงสูงกว่า เนื่องจากตับต้องทำงานหนักในการกำจัดแอลกอฮอล์ ส่งผลให้เกิดการสะสมไขมันและอักเสบ
- นอนดึกและพักผ่อนไม่เพียงพอ
ช่วงเวลานอนหลับเป็นช่วงที่ร่างกายฟื้นฟูตัวเอง รวมถึงกระบวนการเผาผลาญไขมัน การนอนน้อยทำให้ร่างกายเสียสมดุลฮอร์โมนและสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น
- เครียดเรื้อรัง
ความเครียดกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งทำให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น โดยเฉพาะไขมันในช่องท้องและตับ
- น้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน
คนที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกินมาตรฐานจะมีความเสี่ยงสูงต่อไขมันพอกตับ เพราะร่างกายสะสมไขมันมากทั้งใต้ผิวหนังและในอวัยวะภายใน
- เป็นโรคเบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง
ผู้ป่วยเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงมีแนวโน้มที่ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานได้น้อย ส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันในตับ
ตาราง: พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดไขมันพอกตับ
| พฤติกรรม | ผลกระทบต่อตับ | คำแนะนำในการป้องกัน |
|---|---|---|
| กินของมัน ของทอดเป็นประจำ | ไขมันสะสมในตับมากขึ้น | ลดอาหารทอด เลือกใช้น้ำมันดี เช่น น้ำมันรำข้าว |
| ไม่ออกกำลังกาย | ร่างกายเผาผลาญไขมันไม่หมด | เดินเร็ว/ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-5 วัน |
| ดื่มแอลกอฮอล์ | ตับอักเสบเรื้อรัง เสี่ยงตับแข็ง | ลดปริมาณ หรือหลีกเลี่ยงการดื่ม |
| นอนดึก พักผ่อนน้อย | ระบบเผาผลาญไขมันรวน | ควรนอนก่อน 5 ทุ่ม วันละ 6-8 ชั่วโมง |
| ความเครียดสะสม | ฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงขึ้น กระตุ้นไขมันสะสม | ฝึกสมาธิ ฟังเพลง หรือออกกำลังกายผ่อนคลาย |
| โรคเบาหวาน/อ้วน/ไขมันสูง | ไขมันสะสมในตับเร็วขึ้น | ควบคุมระดับน้ำตาล ควบคุมน้ำหนัก |
วิธีป้องกันไขมันพอกตับ
- รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี
- ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
- นอนหลับให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมงต่อคืน
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
โรคไขมันพอกตับอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามเป็นโรคร้ายแรงได้ พฤติกรรมเสี่ยงหลายอย่างที่ทำให้เกิดภาวะนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและใส่ใจสุขภาพของตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพราะตับคืออวัยวะสำคัญที่ทำงานหนักโดยไม่มีเสียงเตือน





